1.ปาก(mouth)เป็นส่วนต้นสุดของท่อทางเดินอาหารและมักจะทำงานสัมพันธ์ควบคู่ไปกับช่องปาก(oralcavity)ซึ่งอาหารเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกลดขนาดลงที่ช่องปากนี้ โดยมีส่วนของฟันและลิ้นเป็นตัวช่วยในการทำงาน ให้มีการผสมผสานกับน้ำลาย กลายเป็นก้อนอาหาร (bolus) ที่พร้อมสำหรับการกลืนต่อไป
2.ฟัน(teeth)จะทำงานเป็นตัวลดขนาดของอาหารลงด้วยการบดเคี้ยวฉีกตัดซึ่งในสัตว์บางชนิดพบว่าฟันนอกจากจะใช้ในระบบย่อยอาหารแล้วยัง
ใช้ในการต่อสู้ป้องกันอันตรายให้กับตัวเอง หรือแม้กระทั่งใช้ในการล่าเหยื่อเพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารดำรงชีพตัวฟัน มี 4 รูปแบบ เมื่อแบ่งตามหน้าที่และ
ตำแหน่งที่มันวางตัวอยู่คือ
1). ฟันตัด (incisor = Di,I) เป็นฟันด้านหน้าสุดวางตัวอยู่บนกระดูก incisive ทำหน้าที่ในการตัด บางครั้งเราเรียกว่า nippers
2). ฟันเขี้ยว (canine = Dc,C) เป็นฟันที่อยู่ถัดจากฟันตัด ทำหน้าที่ในการฉีก หรือแยกอาหารให้ออกจากกัน บางครั้งเราเรียกกันว่า fangs ,eye teeth ,tusks *
3).ฟันกรามน้อย(premolars=Dp,P)เป็นฟันที่อยู่บนกระดูกmaxillaวางตัวถัดจากฟันเขี้ยวรูปร่างและขนาดของฟันเหมาะสมสำหรับการบด (grinding) อาหาร
4).ฟันกรามใหญ่(molar=Dm,M)เป็นฟันที่อยู่บนกระดูกmaxillaตอนท้ายวางตัวถัดจากฟันกรามน้อยและทำหน้าที่คล้ายกับฟันกรามน้อย
หมายเหตุ : ฟันกรามน้อยและฟันกรามใหญ่ บางครั้งเรียกรวมกันว่า ฟันแก้ม (cheek teeth)
* tusks คำนี้หมายถึง งาช้าง ซึ่งงาของช้างนั้นคือส่วนของฟันตัด (incisor)
สูตรฟัน(dental formulas)ในสัตว์แต่ละชนิดจะแตกต่างกันไปแต่สำหรับโคพบว่าจะไม่มีส่วนของฟันตัดบน
(upper incisor)แต่จะมีส่วนของแผ่นฟัน(dental pad)อยู่แทนที่และรองรับการสบของฟันตัดล่าง(lower incisor) พื้นผิวของฟัน จะมี 4 พื้นผิวใหญ่ๆขึ้นอยู่กับตำแหน่งคือ
-
พื้นผิวที่สบกับฟันที่อยู่ขากรรไกรตรงข้าม ( wearing หรือ occlusal หรือ masticatory surface)
-
พื้นผิวที่อยู่ใกล้ชิดกับริมฝีปากและกระพุ้งแก้ม ( vestibular surface) แบ่งเป็นส่วนของ labial ที่ติดริมฝีปาก และ buccal ที่ติดกับกระพุ้งแก้ม
-
พื้นผิวที่อยู่ใกล้ชิดกับส่วนของลิ้น ( lingual surface)
-
พื้นผิวที่อยู่ใกล้ชิดกับฟันข้างเคียง ( contact surface) แบ่งเป็นด้านหน้า (mesial) และด้านหลัง (distal)
บางครั้งพบว่าการกินอาหารของสัตว์ ( เช่น ม้า โค กระบือ ) จะมีการสึกของฟัน ไม่เท่ากันทั้งพื้นผิว (wearing surface) ดังนั้นจึงต้องมีการขัดหรือตะไบฟัน
(floating the teeth) นอกจากนี้ยังพบว่าการขึ้นของฟันและการสึกของฟันนั้นจะสามารถใช้เป็นตัวดูอายุของสัตว์ได้ด้วย เช่นในม้า จะดูการสึกของฟันตัดล่างได้
3.ลิ้น(tongue)เป็นอวัยวะที่ประกอบขึ้นจากส่วนของมัดกล้ามเนื้อที่ช่วยในการแปรสภาพอาหารเมื่ออยู่ในช่องปากเนื่องจากตัวมันประกอบมาจากกล้ามเนื้อ 3ทิศทางทำให้มีการเคลื่อนไหวที่ดีเยี่ยมและส่งตัวอาหารเข้าสู่หลอดอาหาร(esophagus)นอกจากนี้ลิ้นอาจจะทำหน้าที่ใน
การเก็บเกี่ยวอาการเข้าสู่ปากได้ในสัตว์บางชนิดด้วยเช่นแพะโคพื้นที่ด้านบนของผิวลิ้นจะค่อนข้างหยาบเพราะว่ามีส่วนของปุ่มหนามแหลมคล้ายหัวนม(papillae) จำนวนมากหลายชนิดซึ่งจะทำหน้าที่ในการลำเลียงอาหารไปในทิศทางเดียวกันและยังช่วยในการทำความสะอาดร่างกายได้เช่นการ
เลียขนของแมว (grooming) บางครั้งพบว่าบนลิ้นจะมีต่อมรับรส (taste buds) อาศัยอยู่บนปุ่มหนามแหลมคล้ายหัวนมชนิด fungiform
และ vallate ซึ่งการที่มีต่อมรับรสนี้จะช่วยได้ บางส่วนในการที่สัตว์ จะแยกแยะระหว่างอาหารที่เป็นอันตราย และอาหารที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ |